แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เครื่องดื่มสุขภาพ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เครื่องดื่มสุขภาพ แสดงบทความทั้งหมด

น้ำมะตูม 2 สูตร 2 สไตร์

น้ำมะตูม


 
              การดื่มน้ำมะตูมเย็นๆ สามารถทำให้อารมณ์ที่ร้อนรุ่มขุ่นมัวของคุณเย็นลงได้อย่างน่ามหัศจรรย์ พร้อมเติมพลังให้กับร่างกายในยามที่อ่อนล้า คนโบราณยังเชื่ออีกว่าว่า มะตูม เป็นไม้มงคลชนิดหนึ่งที่ควรมีไว้ในบริเวณบ้าน จะสามารถทำให้เกิดกำลังใจ และความมานะพยายามที่จะต่อสู้ฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ ในชีวิต นอกจากนี้ มะตูม ยังมีความเกี่ยวข้องกับพิธีกรรม และพิธีมงคลของไทย อย่างเช่น เวลาเข้ากราบบังคมลาพระเจ้าแผ่นดินไปรับราชการ หรือ ศึกษาต่อ ณ ต่างประเทศ ก็จะได้รับพระราชทานใบมะตูมเป็นสิริมงคล งานสมรสพระราชทานคู่บ่าวสาวก็จะมีใบมะตูมทัดหู การทำน้ำมนต์เพื่อสะเดาะเคราะห์ และการครอบครูก็จะใช้ใบมะตูมเป็นองค์ประกอบในพิธี อีกทั้ง มะตูม ยังช่วยป้องกันสิ่งชั่วร้ายต่างๆ ได้อีกด้วย


วันนี้เอาสูตรน้ำมะตูมเพื่อสุขภาพมาฝาก 2 สูตรด้วยกัน

น้ำมะตูมสูตร 1



ส่วนผสม


- มะตูมแห้ง 8 กรัม( 2ชิ้น )

- น้ำตาลทราย 15 กรัม( 1 ช้อนคาว )

- น้ำเปล่า 240 กรัม( 16 ช้อนคาง )




วิธีทำน้ำมะตูม

            นำมะตูมแห้งมาล้างให้สะอาด ปิ้งไฟให้หอม นำไปใส่หม้อเติมน้ำ ตั้งไฟเคี่ยวสักครู่ ยกลงกรองเอาแต่น้ำ เติมน้ำตาลทรายตั้งไฟให้ละลายชิมรสตามชอบ ยกลง



น้ำมะตูมสูตร 2


          สรรพคุณของ"ชาน้ำมะตูม" : เป็นยาระบายช่วยขับถ่าย ขับลม ช่วยย่อยอาหารได้ดี แก้ลมจุกเสียด ขับเสมหะช่วยย่อยบำรุงธาตุ เจริญอาหาร

วัตถุดิบที่ใช้ »

          1. ผลมะตูมอ่อนฝานตากแห้ง 5 ชิ้น
          2. น้ำเดือด 1 กระติก

วิธีทำชามะตูม »

               นำมะตูมที่ฝานตากแห้งนี้เอาไปย่างไฟเสียก่อนย่างให้เกรียม พอประมาณแล้วเอาไปต้ม
ใส่น้ำร้อนดื่มได้เช่นเดียวกับน้ำชา

น้ำตะไคร้ 3 สูตร


น้ำตะไคร้ หอมน่าดื่ม สรรพคุณดี

    ตะไคร้เป็นพืชผักสมุนไพรอีกชนิดหนึ่งที่สามารถนำมาทำเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพได้ ต้นตะไคร้นั้นก็หาได้ไม่ยากสามารถหาซื้อได้ตามท้องตลาดทั่วไป เพราะเป็นพืชผักสวนครัวที่คุณแม่บ้านมักจะจับจ่ายเข้าครัวกันอยู่บ่อยๆ สรรพคุณของน้ำตะไคร้นั้นก็จะช่วยขับลม แก้จุกเสียด ดับกระหาย แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อขับปัสสาวะ ฯ
    บรรยายสรรคุณของน้ำตะไคร้มาพอสมควรเพื่อนๆคงอยากรู้กันแล้วใช่มั๊ยคะว่ารสชาติมันจะหอมน่าทานขนาดไหน ในที่นี้เราจะนำมาเสนอ 2 สูตรด้วยกันค่ะ ว่าแล้วเราก็เริ่มกันเลย

น้ำตะไคร้สูตรที่ 1

ส่วนผสม

      1.ตะไคร้ 2-3 ต้น
      2.ใบกะเพรา 1 กำมือ
      3.ใบเตยหอม 4-5 ใบ
      4.น้ำตาลทรายแดง
      4.น้ำเปล่า

วิธีทำน้ำตะไคร้สูตร 1
      1.เอาตะไคร้ทั้งต้นทั้งใบ มาล้างน้ำให้สะอาดแล้วมัดเป็นกำ
      2.เอาใบกะเพรา 1 กำมือ มาล้างน้ำให้สะอาด
      3.เอาใบเตยหอมมาล้างน้ำแล้วมัดให้เป็นท่อน
      4.เอาตัวยาทั้งสามมาใส่หม้อ ใส่น้ำพอประมาณตั้งไฟอ่อนๆ ต้มสักครู่ เสร็จแล้วกรองน้ำที่ต้ม ผสมน้ำตาลทรายหรือน้ำเชื่อมเล็กน้อย


น้ำตะไคร้สูตรที่ 2

ส่วนผสม

      1.ตะไคร้ 2-3ต้น

      2.น้ำตาลทรายแดง(หรือบางคนอาจใช้หญ้าหวานแทนเพื่อสุขภาพก็ดีค่ะ)
      3.น้ำเปล่า

วิธีทำน้ำตะไคร้สูตร 2
      นำตะไคร้มาล้างน้ำให้สะอาด หั่นเป็นท่อนสั้นๆและทุบให้แตก และนำตะไคร้ที่ได้ใส่ลงในหม้อน้ำเดือด ต้มไว้สักพักจนน้ำตะไคร้ออกมาเป็นสีเขียวๆ จากนั้นก็ใส่น้ำตาลทรายแดง หรือหญ้าหวานที่เตรียมไว้เพื่อเพิ่มความหวานตามชอบค่ะ เสร็จเรียบร้อยแล้วก็กรองเอาตะไคร้ออกก่อนเสริฟด้วยนะคะแค่นี้เราก็ได้เครื่องดื่มตะไคร้เพื่อสุขภาพแล้วค่ะ
น้ำตะไคร้สูตรที่ 3



สรรพคุณของตะไคร้

      ตะไคร้ มีเกลือแร่หลายชนิดเช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็กและวิตามินเอ น้ำมันหอมระเหยในใบและลำต้นของตะไคร้มีฤทธิ์เป็นยาขับลม แก่จุกเสียด สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราได้ น้ำตะไคร้ช่วยดับกระหาย แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ขับปัสสาวะ ขับเหงื่อได้ดีช่วยลดพิษของสารแปลกปลอมในร่างกาย รวมทั้งช่วยลดความดันโลหิต



***ทั้ง 2 สูตร สามารถทำดื่มได้ทั้งแบบร้อนและเย็นค่ะ

            นอกจาก 2 สูตรข้างต้นแล้ว เรายังมีเครื่องดื่มชาตะไคร้ โดยใช้เหง้าแก่ที่อยู่ใต้ดินของตะไคร้ นำมาล้างให้สะอาด ซอยเป็นแว่นบาง ๆ คั่วไฟอ่อน ๆ พอเหลือง ชงเป็นชาตะไคร้ เอาไว้ดื่มเป็นเครื่องดื่มร้อนก็เก๋ไปอีกแบบค่ะ สูตรนี้จะช่วยในเรื่องระบบขับปัสสาวะทำให้ปัสสาวะสะดวกขึ้นค่ะ

น้ำใบบัวบก วิธีการทำน้ำใบบัวบกไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด


น้ำใบบัวบก
             ใบบัวบกเป็นพืชผักสมุนไพรพื้นบ้านเป็นพืชล้มลุกที่หาได้ง่าย หรือถ้าจะปลูกก็ง่ายเหมือนกันค่ะ ใบบัวบกนั้นนอกจะเอาไว้กินแกล้มกับน้ำพริกกระปิคั่ว-ยำใบบัวบก-สลัดใบบัวบกแล้วยังสามารถนำไปใช้พอกหน้าเพื่อความสวยความงามได้อีกนะคะ
             สำหรับวิธีการทำน้ำใบบัวบกนั้นไม่ได้ยุ่งยาก และทำง่ายมากค่ะ ส่วนผสมก็ไม่มีอะไรมากแถมสรรพคุณของใบบัวบกนี่ก็มากมาย คราวนี้เราก็มาดูส่วนผสมกันนะคะ

ส่วนผสมของน้ำใบบัวบก
  • ใบบัวบก(ล้างให้สะอาด)
  • น้ำตาลทราย(อาจใช้น้ำตาลทรายแดงไม่ขัดสีก็ดีค่ะ)
  • ใบเตยหอม(สำหรับเพิ่มกลิ่นหอมให้กับน้ำใบบัวบกของเรา)



วิธีทำน้ำใบบัวบก

           นำใบบัวบกที่ได้มาล้างให้สะอาด แล้วนำมาปั่นพร้อมใส่น้ำในเครื่องปั่นไปด้วยนะคะ เสร็จเรียบร้อยก็นำน้ำใบบัวบกที่ได้ ไปกรองด้วยผ้าขาวบางใส่หม้อต้มให้เดือด ระหว่างรอให้น้ำใบบัวเดือดนั้นก็นำใบเตยหอมที่เตรียมไว้หั่นใส่ไปในหม้อได้เลยค่ะ เรียบร้อยแล้วก็ใส่น้ำตาลทรายแดงลงไปรสหวานนั้นก็ใช้วิธีชิมเอาตามชอบเลยค่ะ จากนั้นก็รอให้น้ำใบบัวบกเย็น
          เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้วเราก็จะได้น้ำใบบัวบกที่หอมอร่อยน่าดื่มพร้อมเสริฟจากฝีมือของเราเองแล้วล่ะค่ะ


สรรพคุณของใบบัวบก
เขียนโดย : Platoo

น้ำว่านหางจรเข้



                บางคนพอพูดถึงเครื่องดื่มที่ทำจากว่านหางจรเข้จะชอบบอกว่าไม่เหม็นหรอ ขอบอกเลยว่าคิดผิดถนัดเพราะว่าที่จริงแล้วแค่ล้างยางออกแล้วนำมาทำเครื่องดื่มมีรสชาติและมีประโยชน์ดีมากเรามาดูสรรพคุณและวิธีทำกันดีกว่า
คุณค่าทางโภชนาการ
            วุ้นและน้ำเมือก จะมีสารพวก Aloetin A เป็นสารพวก Glycoprotein และมีสาร อื่น ๆ ยางสีเหลือง มีสารออกฤทธิ์ ที่เป็นยาถ่าย เป็นสารจำพวก แอนทราควินโนน
ใช้เป็นยา
           น้ำยางจากใบ ผสมกับสารส้มกิน รักษาโรค หนองใน ใบ ให้ยาดำใช้เป็นยาระบาย และเป็น ยาถ่ายจะออกฤทธิ์ที่ลำใส้ใหญ่ วุ้นจากใบรักษาแผลไฟไหม้ การอักเสบของ ผิวหนัง และรักษาแผล ที่เกิดจากการไหม้และจากเอกซเรย์ วุ้น ใช้รักษาจุดด่างดำบนใบหน้า ฝ้า ส่วนใบสด ใช้ฝานหนา ๆ ล้างแล้วทาปูนแดงใช้ปิดขมับ รักษาอาการ ปวดศีรษะ ทำให้เย็น ดูดพิษ ราก และเหง้า นำไปต้มกิน รักษาโรคหนองใน
ส่วนผสม
            ไม่มีสูตรตายตัวใช้ชิมรสชาติเอาได้เลยว่าต้องการให้หวานแค่ไหน

วิธีทำ
           
เลือกใบว่านหางจระเข้ ที่มีขนาดใหญ่ โต เต็มที่ ปอกเปลือกล้างน้ำให้หมดยางสีเหลือง(ล้างหลายๆน้ำ) ใส่เครื่องปั่น เติมน้ำต้มสุก ปั่นให้ละเอียด หรือ นำมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ กรองด้วยผ้าขาวบาง หรือกระชอน จากนั้นต้มน้ำให้เดือด ใส่เติมน้ำตาลทรายและเนื้อว่านหางจรเข้ลงไป จากนั้นต้มไว้ซักพักให้เนื้อสุก ตั้งไว้ให้เย็น บรรจุใส่ขวดเก็บไว้ในตู้เย็น ควรเตรียมดื่มไม่เกิน 2 วัน ง่ายๆแค่นี้เราก็มีเครื่องดื่มสุขภาพอีกเมนูไว้ดื่มกันแล้วจ้า
          ปล.ถ้าอยากให้มีกลิ่นหอมก็ใส่ใบเตยได้นะ

น้ำลูกยอเพื่อสุขภาพ




น้ำลูกยอ

              คุณสมบัติ ข้อมูลผลการวิจัย ของ ดร.ราฟ ไฮเนกี นักชีวเคมี ชาวอเมริกันพบว่า การดื่ม “น้ำลูกยอ” เป็นะระยะๆอยางต่อเนื่อง ช่วยลดอาการเจ็บป่วยของโรคต่อไปนี้
มะเร็ง 78 %  โรคหัวใจ 80 %  เบาหวาน 83 % โรคอ้วน 72 % สูบบุหรี่ 58 % ความดันโลหิตสูง 87 % โรคภูมิแพ้ 85 % ระบบย่อยอาหาร 80 % นอนไม่หลับ 72 % โรคไต 66 % โรคเครียด 71 % โรคซึมเศร้า 77 % เสริมกล้ามเนื้อ 71 % อารมณ์ดี 79 % ความคิดมึนตื้อ 89 % ปวดข้อ ไขข้ออักเสบ 80 % เรี่ยวแรงไม่มี 91 % อาการเจ็บปวดต่างๆ 87 % อัมพาต 58 % สมองไวขึ้น 73 %  ตาลายกันไปเลยใช่มั๊ยคะ
            ดื่มได้ทุกวันทั้งก่อนและหลังอาหาร(ดื่มก่อนอาหาร ช่วยให้รับประทานอาหารได้ และดื่มหลังอาหาร เพื่อช่วยการย่อย) ช่วยปรับสมดุลให้แก่ร่างกาย ควบคุมปริมาณน้ำตาลในเลือด

            การดื่มน้ำลูกยอสามมารถดื่มได้มาก – น้อยตามความต้องการ เพราะสารเซโรนีนในลูกยอ จะถูกกักตุนไว้ในตับ และเมื่อร่างกายต้องการสารเซโรนีน ตับจะขับสารนี้ออกมาช่วยให้อาการเจ็บป่วยลดน้อยลงหรือหายเร็ว

            สารเซโรนีนจะเป็นตัวควบคุมการทำงานของต่อมทั้งหลายในร่างกาย เช่น ต่อมไทมัสเกี่ยวข้องกับหัวใจ ต่อมหมวกไตเกี่ยวข้องกับอารมณ์ความเครียดฯ

วิธีทำน้ำหมักลูกยอ
            อัตราส่วน ลูกยอ 7 กก. + น้ำ 10 ลิตร + น้ำตาลทรายแดง 1 กก. + เกลือและน้ำผึ้งรวงพอเหมาะ

วิธีทำ
            ต้มน้ำให้สุก ทิ้งไว้ให้เย็น ใส่น้ำตาลทรายแดง เกลือและน้ำผึ้งรวง คนให้เข้ากัน แล้วใส่ลูกยอสุกที่ขยำให้แหลกแล้วลงในน้ำที่เตรียมไว้ คนให้เข้ากัน หมักไว้ 1 – 3 เดือน คนทุกๆระยะเวลา 7 วัน จากนั้นกรองเอาแต่น้ำหมัก เป็นน้ำหมักที่เข้มข้น นำไปดื่มต่อไป ส่วนกากสามารถนำไปหมักได้อีก 1 – 2 ครั้ง ทำการหมักเช่นเดียวกับที่กล่าวมาแล้ว

วิธีรับประทาน
            ในกรณีดื่มเข้มข้น ใช้ขนาด 1 ถ้วยเปค(ประมาณ 25 – 30 ซีซี) หากต้องการดื่มแบบเจือจาง ให้ผสมน้ำสุกในอัตราส่วน 1 : 3 แล้วเติมน้ำตาลทรายให้หวานตามต้องการ จะใส่น้ำแข็งด้วยก็ได้ ดื่มวันละ
1 – 2 แก้ว ตามต้องการ

บทความล่าสุด

 
 
 

สารบัญเว็บไซต์แนะนำ

  • เว็บไซต์แนะนำ
  • ชมคลิปน่าสนใจ |

    ร่วมเป็นสมาชิกสุขภาพดีกับเราสิ่คะ